2007/Oct/15

เดือนตุลาคมทีไร  มันให้ความรู้สึกเศร้า หม่นหมอง และความปิติยินดีแบบแปลกๆจุกขึ้นมาที่หน้าออกอย่างบอกไม่ถูก

เดือนตุลาคม มีเหตุการณ์สำคัญๆของประเทศถึงสองเหตุการณ์ที่คนไทยเองมิน่าที่จะลืมเลือน

14 ตุลาคม 16 และ 6 ตุลาคม 19

ไม่อยากจะกล่าวถึง  6 ตุลาคม 19 เท่าใดนักเพราะมันทำให้รู้สึกเศร้าสลด เพียงแค่ 2 ปีหลังจากชัยชนะของนักศึกษาและประชาชน  อุดมการณ์เสรีกำลังเบ่งบาน  กลับสดุดลงด้วยเหตุเข้าใจผิด  จากฮีโร่... กลายเป็นขบดที่ต้องสังหารให้ตายภายในชั่วข้ามคืน  เลือดเนี้อ และชีวิตต้องถูกสังเวยไปกับความโหดเหี้ยมจากผู้ที่เคยสนับสนุนชื่นชม  ทั้งๆที่เวลามันผ่านไปแค่ 2 ปีเท่านั้น

 

14 ตุลา 16

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ตัวเรายังไม่เกิด  แต่ก็เคยได้รับฟังผ่านคำบอกเล่าของผู้ใหญ่หลายๆท่าน รวมทั้งคุณแม่

จากการเรียนในโรงเรียน  มหาวิทยาลัย 

ทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้มีส่วนร่วม 

แต่มีความรู้สึกว่าตัวเองมีจิตสำนึกร่วม

 แม้จะขอยอมรับจากใจจริงว่าเป็นตนไม่ชอบคำว่า ประชาธิปไตย และอาจจะรวมถึงประชาธิปไตยเลยด้วย (แต่กรุณาอย่าเหมารวมว่าเราเป็นเผด็จการ)

ทุกวันนี้เราใช้คำว่าประชาธิปไตยกันเกลื่อจริงๆ จนรู้สึกเบื่อคำว่า ประชาธิปไตย

อยากรู้เสียจริงๆว่าคำว่า ประชาธิปไตยที่พวกนักการเมืองทั้งหลายกำลังจะเรียกร้องให้เกิดขึ้นนั้น

พวกเขารู้จักความหมาย และ อุดมการณ์ที่แท้จริงของมันหรือไม่

ประชาธิปไตย ไม่ใช่การทำให้เกิดการเลือกตั้ง เรามีการเลือกตั้ง คือเรามีประชาธิปไตยอย่างนั้นหรือ?

ไม่ว่าจะเลือกตั้ง ลากตั้ง หากประชาชนยังไม่มีจิตสำนึก หลงมัวเมากับอำนาจเงินตรา

ไอ้ลากตั้งที่ว่านั้นนะ มีไปก็ไร้ประโยชน์!!!!

 

นอกเรื่องไปเสียนาน ขอกลับเข้าเรื่องเลยล่ะกัน

 

อย่างที่บอกว่า  ไม่ได้มีส่วนร่วม  แต่มีจิตสำนึกร่วม

14 ตุลา ของทุกปี  เราจะต้องนั่งดูข่าว ดูสารคดี ดูการให้สัมภาษณ์ของคนเดือนตุลา

แล้วร่วมย้อนรำรึก ถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นประหนึ่งตัวเองได้เคยเข้าไปมีส่วนร่วม

 

แต่ปีนี้.....เรากลับลืม

 

 

14 ตุลา 16

14 ตุลา 50

 14 ตุลา 16

 14 ตุลา 50

 

 เหตุการณ์ในวันเดียวกัน  แต่ต่าง พ.ศ. ต่างความรู้สึกและต่างจุดมุ่งหมาย

 

เราลืม......

เพราะอะไร  หรือเพราะใครเราไม่โทษผู้ใดทั้งสิ้นแม้กระทั่ง...ตัวเอง

ที่พูดแบบนี้ไม่ได้จะไม่รับผิด  แต่มันไม่ใช่เรื่องที่จะไปโทษใครได้

โทษตัวเราเองก็ไม่ได้  โทษผู้ใหญ่ก็ไม่ได้

ในความเห็นของเรามันควรจะเป็นความรับผิดชอบของส่วนรวม

เราไม่โทษคนพวกนั้น  เขาไม่ผิด เราไม่โทษแฟนเพลงพวกนั้น เพราะพวกเขาไม่ผิดเช่นกัน

 

เยาวชน  ซึ่งในวันที่ 14 ตุลาของทุกปี  ควรร่วมกันรำรึกถึงความเสียสละของเหล่าผู้กล้า

กลับมาชุมนุมเฝ้ารอศิลปินที่ตัวเองรัก แม้จะต้องตากแดด ตากลม ตากฝน รอตั้งแต่เช้ากว่าพวกเขาจะมาก็ตกบ่าย

ในส่วนหนึ่งของความคิด  เราก็คิดเห็นว่ามันไม่สมควร

แต่หากคุณๆที่หลงเข้ามาอ่านเคยมี idol ในดวงใจ  เคยมีความฝัน  เคยมีจินตนาการ

คุณก็จะเข้าใจพวกเขาเหล่านั้น  รวมทั้งเข้าใจเราด้วย

 

วันนี้ดูข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง (ตอนนี้ยังไม่อยากเอ่ยนาม แต่ถ้าอยากรู้ มีตอนท้ายค่ะพี่น้อง)

เขารายงานว่า "คนไทยกำลังจะตกเป็นเมืองขึ้นของเกาหลี ไม่ชอบคนไทยด้วยกัน"...



เมืองขึ้น... ขึ้นอะไร ตลกสิ้นดี..



อย่ามาทำเป็นสองมาตรฐานแถวนี้ ถ้าพูดเรื่องแบบนี้ก็คงต้องพูดรวมกันทั้งหมด

ถ้าไม่อยากเป็นเมืองขึ้นชาติอื่นคงต้องเลิกดูพรีเมียร์ชิพ หรือเลิกรับกระแสโลกาภิวัตน์ทุกประเภท

พวกคุณสักกี่คนที่ดูไทยแลนด์พรีเมียร์ชิพ ข่าวว่าชื่อก็เปลี่ยนให้เข้ากับพรีเมียร์ลีกของอังกฤษรึเปล่า

ทำไมไม่ตั้งชื่อถ้วย ก ถ้วย ข เหมือนเมื่อก่อนล่ะ

นักร้อง กับ บอลอังกฤษ ก็ไม่ต่างกันหรอกถ้ามองอย่างยุติธรรม

แค่เราจะชอบนักร้อง ก็ทำมาเป็นดิ้นพล่าน เลือดรักชาติพุ่งแรงขึ้นมาเสียอย่างนั้น

สิ่งที่คุณทำกัน บางทีก็ห่างไกลคำว่ารักชาติ

คนโกงกินบ้านเมือง เห็นกันอยู่จะๆ คุณก็ยังปล่อยไป  แถมยังใช้ตัวเอง เข้าไปเป็นข้ารองบาทมันพวกนั้นเสียด้วยซ้ำ


บอกไว้ ว่าที่ชอบ ไม่ได้เป็นเพราะว่าเขาเป็นเกาหลี ชอบเพราะตัวของพวกเขา ความพยายามของเขา ...ก็เพียงแค่นี้เท่านั้น

ส่วนเรื่องศิลปินไทย ถ้าทำได้ดีพอ ฉันก็พร้อมที่จะชอบเสมอ

...แสดงให้ฉันเห็นสิ ว่าคุณพยายามแค่ไหน

แค่ออกมาร้อง แล้วสะบัดมือไปมาแบบเสต็ปเด็กอนุบาล

แล้วจะหวังให้ฉันชอบคุณ คิดง่ายไปรึเปล่า

เหนื่อยใจ ที่สื่อเองคิดได้แค่นี้

ลืมไปว่าสถานีโทรทัศช่องนั้นคือ TITV ที่ต้องทิ้งชื่อ ITV และอุดมการณ์แรกเริ่มของตนเพียงเพราะความรักแก่ประโยชน์ของตัวเอง

มันไม่ยากหรอกที่เราจะมายอมรับถึงกระแสเกาหลีที่เข้ามาสู่ประเทศไทย

และก็ไม่ยากที่จะยอมรับถึงความบกพร่องของเราทุกคนที่ทำให้เยาวชนต้องไปหาที่พึ่งทางใจที่ไม่ใช่ชาติตัวเอง

เมื่อเรายอมรับ ทางแก้มันก็ไม่ยากเลย

 

 ถึงจะเคยประกาศออกไปว่าเราน่ะเป็นผู้ใหญ่แล้ว เราคิดเองได้แล้ว

แต่ยังไงซะเราก็เป็นเด็กคนนึง ที่มีความฝัน มี Idol มีคนที่ชื่นชอบชื่นชม

 

แม้ในความสนใจของเราจะถูกหันแหไปทางอื่น

แต่เรารักชาติ และ รักอย่างไม่ได้ดีแต่ปาก

เราไม่เคยลืมว่าเราเป็นใคร เรามีหน้าที่อะไร เพราะเรากำลังทำหน้าที่นั้นอย่างดีที่สุด

 

edit @ 15 Oct 2007 22:06:11 by mi~chemin  

edit @ 20 Oct 2007 22:12:29 by mi~chemin

Comment

Comment:

Tweet


เฮ้ย......
#31 by นั่งหน้าจอ (119.31.63.254) At 2010-10-14 18:40,
อย่าเอาประวัติศาสตร์ มาล้อเล่น
ถ้าไม่เข้าใจประวัติศาสตร์
#30 by m (58.9.149.226) At 2010-08-24 16:41,
ว๊าววววๆๆๆๆ

เทพ ^___^

รักจังเลย~~~

14 ตุลา จะวันไหน วันอะไร ก็ปลื้มแหละ

คุณไม่ได้ชอบ คุณก็ไม่ได้เข้าใจหรอกคร๊าบบบ
#29 by (113.53.23.225) At 2010-05-18 19:04,
เรามันแค่เด็ก จะเอาอะไรกันมากนักว่ะ
#28 by NO.13 (125.25.252.47) At 2010-02-19 09:04,
จริงด้วย
เราว่าน่าจะมีเหตุการณ์นั้นครั้งคงดี
บางทีคนไทยจะได้รักชาติขึ้นบ้าง
#27 by (118.173.126.93) At 2009-12-04 15:46,
เวงกำ
#26 by (118.173.64.212) At 2009-08-18 12:22,
open-mounthed smile sad smile angry smile tongue embarrassed surprised smile double wink cry
#25 by (202.29.30.241) At 2009-08-14 09:32,
ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ
#24 by (125.24.68.133) At 2009-04-17 12:06,
ไอ้ที่พูดว่ามีซักกี่คนที่ดูไทยแลนด์พรีเมียร์ชิพน่ะ
อยากจะขอบอกว่า เยอะมาก
คนที่ดูบอลเค้าก็ดูกันทั้งนั้น คนที่ดูบอลน่ะ ไม่ว่าจะ
บอลชาติไหนเขาก็ดูหมดแหละ ไม่มีเพื่อนที่ดูบอล
หรอถึงได้ไม่รู้

แล้วไอ้ที่บอกว่าตกเป็นเมืองขึ้นเกาหลีน่ะ มันก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แต่มันก็มากเกินไป

คนที่ชอบน่ะเขาไม่ได้ว่าอะไรหรอก แต่การเลียนแบบโดยที่ไม่ลืมหูลืมตานั่นน่ะที่แย่

ไม่เห็นหรอว่าสมัยนี้เอะอะอะไรก็เกาหลีไปซะหมด
เลียนแบบเขาซะเหมือนเป๊ะ ยังกะเป็นเมืองขึ้นมั้ยล่ะ

ถ้ารับเอาด้านดีมาแล้วมาคิดใหม่เองน่ะมันก็ไม่มีใครว่าไรหรอก เพราะทุกสิ่งที่มีในโลกมันก็รับเอาวัฒนธรรมของที่นู่นที่นี่มากันทั้งนั้น แต่รับมาแล้วเอามาปรับเปลี่ยน กับรับมาทั้งดุ้นน่ะมันต่างกันนะ
#23 by madasss (125.26.157.245) At 2009-02-08 13:49,
ถูกใจกุ
#22 by ฟร (61.19.67.64) At 2008-08-07 13:22,
เข้าใจ...
#21 by (117.47.50.157) At 2008-06-23 13:12,
ประเทศไทยไม่ไร้คนดี..จำไว้อย่าได้ลืม
#20 by A (124.157.137.114) At 2008-05-26 15:01,
#19 by A (124.157.137.114) At 2008-05-26 14:59,
ฮ่าๆ

เข้าใจเปรียบเทียบ
#18 by KatereKun At 2007-12-22 14:16,
#17 by (61.19.114.100) At 2007-10-31 13:37,
โหก้อ...
ลิงค์เข้ากานด้ายเจงๆ
เหนการเมืองแล้วปวดเฮดว่ะ
แต่เหนดาราแล้วชื่นมื่น
สรุปแล้วดูๆไปฮาว่ะ...55
ps จะหันไปกินเดกๆแล้วนะ>>FT Island
#16 by patiiizzz (61.19.198.189) At 2007-10-19 23:59,
คิดเหมือนกันอ่าพี่ก้อ แบบว่า 14 ตุลา ม็อบแดง ณ พารากอน ฮ่าๆ

เรารักในแบบของเราอ่ะหนอ
ทำไมผู้ใหญ่ถึงได้คิดเป้นแบบนั้น
จริงๆ แล้ว มาว่าแบบนี้ก็ไม่ถูกอ่า
เราจะตกเป็นเมืองขึ้นของเกาหลี เออ......ถึงไม่ตกเป็นเมืองขึ้น เราก็เน่าตายในประเทศ เพราะการคอรัปชั่น และโกงกินของนักการเมือง
ครั้นไปพึ่งศาสนา เฮ้อ...ทำไมมันช่างเสื่อมโทรมเยี่ยงนี้

ในสถานการณ์ปัจจุบัน
เด็กก็มีวิธีแสดงออก และแก้ความเครียดในแบบต่างๆกัน
ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็จะบ้าดาร ผู้ชายส่วนใหญ่ก็ติดเกม ติดบอล
ถ้าจะว่าพวกเรา ก็ลองหันไปแก้ปัญหาเก่าๆ ให้มันได้ก่อนไม่ดีหรอ ชิ

ผู้ใหญ่มีสมอง แต่เอาออกมาใช้น้อยกว่าเด็ก ฮ่าๆ
#15 by เจ้นน้อย At 2007-10-17 23:45,
ประวัติศาสตร์ก็คือประวัติศาสตร์
ผ่านแล้วก็ผ่านเลย
แค่อยู่ในบันทึกของความทรงจำ
มีประวัติศาสาตร์เกิดขึ้นได้ทุกวัน
#14 by 재눈 At 2007-10-17 13:33,
เวลาเปลี่ยน...คนก็เปลี่ยน
#13 by สลัดทูน่า At 2007-10-17 09:33,
ผมเป็นคนไทย (บอกไว้ก่อน)
แต่การที่ผมจะรักจะชอบอะไรนั้น มันอยู่ที่ความรู้สึกนะ
ไม่ได้เป็นการบอกว่าไม่รักชาติสักหน่อย
แล้วพวกโกงบ้านกินเมือง แต่ชอบสุนทราภรณ์เนี่ยรักชาติเนอะ
อ๋อ โปรดฟังอีกครั้ง "ผมเป็นคนไทย"
#12 by Iceberg (202.91.18.204) At 2007-10-16 20:31,
อื้ม...มันก็เป็นมุมมองความคิดอีกแบบหนึ่งนะค่ะ

แต่ว่า...
คุณเองก็แค่เห็นภาพใช่ไหมล่ะคะ ?
ภาพของคนมากมาย ที่รอพวกเค้า
ให้คุณไปเปรียบเทียบกับอย่างอื่น สิ่งอื่น...

อย่างที่คุณว่า ลองเปิดใจให้พวกเค้า
มาดูเค้าร้อง เค้าเต้น ประวัติที่ต้องทำอะไรมาบ้าง กว่าเค้าจะมายืนที่จุดตรงนี้ หากมองอีกด้าน คนที่มีความพยายาม ความสามารถ ก็สมควรแล้วค่ะที่มี คนรักมาก ^^ ..

พูดตามตรง คุณเอามาเปรียบกันไม่ได้หรอกนะ
ประวัติศาสตร์ด้านการเมือง... กับเรื่องแบบนี้
บ้างคนเอาไปเปรียบเทียบกับ ... อาการของในหลวง ว่าทำไมไม่ไปลงนามเยี่ยมอาการพระองค์...


แต่เราบอกตรงนี้เลย
ว่าเรายังไม่เห็นมีใครสักคน ออกมาเปรียบเทียบว่า
ทำไมนักร้องไทย ทำไม่ได้แบบนี้ ?
ทำทั้งๆที่นักร้อง Copy ย้ำนะค่ะว่า Copy สไตล์ เกาหลีมา แต่กลับล่มไม่เป็นท่า
เพราะอะไร ?
ไม่มีใครออกมาวิเคราะห์ ว่า... เราควรจะทำอย่างไรบ้าง เพื่อให้บ้างเมืองเราเกิดกระแสอย่างแบบนี้ ทั้งๆที่เป็นเมืองท่องเที่ยว แต่ทำไมเราทำไม่ได้แบบเค้า ?

เพราะคนเรามองด้านมืดได้เห็นชัด ใช่ไหมล่ะค่ะ ..

มันเปรียบเทียบกันไม่ได้ คือสิ่งที่เราอยากบอกที่สุด ^^

หากจะเทียบคุณลองเทียบ นักร้องไทย นักร้องเกาหลี ... บ้างสิคะ ?

ปล. หากจะเทียบกัน อย่าลืมที่เปิดใจฟังเพลงของเค้า และลองคิดดูว่า เพลงที่คุณไม่รู้ความหมาย กลับทำให้คุณยิ้มได้ ทำให้คุณสบายใจเมื่อได้ฟัง หนังเกาหลีที่บางคนดูแบบไม่มีซับ... กลับร้องไห้ตามได้อย่างไม่น่าเชื่อ

มันเป็นเรื่องแปลกใช่ไหมล่ะคะ ?

น้องร้องไทย VS นักร้องเกาหลี
ละครไทย VS ละครเกาหลี

...ลองเอามาเทียบกันนะค่ะ

ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการ เปิดใจ ..
#11 by a.while At 2007-10-16 11:29,
"จะชอบอะไรก็ได้ แต่ต้องรู้ว่าเราเป็นอะไร"

ประชาธิปไตยคือความหลากหลายที่ต้องอยู่รวมกัน
การยอมรับในสิ่งที่คนอื่นเป็นจึงสำคัญ

surprised smile
#10 by .。.:*・゜★MoM@Y ★゜・*:.。. At 2007-10-16 11:20,
ฮื้อ ผมก็เป็นคนนึงที่มีนักร้องในดวงใจที่ไม่ใคนไทย
แต่เป็นคนญี่ปุ่น
ในวันที่ 14ตุลาของปีนี้ เทรนก็กำลังสนุกสนานอยู่กับงานการ์ตูน ถึงแม้จะไม่ได้รำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รักชาติ ใช่ว่าจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น

อย่างที่บอกว่า เมืองไทยจะตกเป็นเมืองขึ้นของเกาหลีเนี่ย....ใช้อะไรคิดครับเนี่ย?? จริงอยู่ที่ตอนนี้เกาหลีฟีเวอร์ (แต่ตัวผมไม่ได้ติดตามนักร้องเกาหลีซักเท่าไหร่นะ แต่เพื่อนๆร่วมรุ่นนี่กำลังฮิตกันมาก)แต่เพียงแค่เราสนใจนิยม และรับวัฒนธรรมต่างชาติถึงต้องกับเป็นเมืองขึ้นเลยเหรอ
งั้นอย่างนี้ไอ้พวกรถรา ตึกเติก อาคารสูงๆต่างๆ วัฒนธรรมต่างๆที่รักมาจากชาติอื่นๆ เราก็เป็นเมืองขึ้นของชาตินั้นๆน่ะสิ??

คนที่ชื่นชมนักร้อง ดารา ต่างประเทศนี่จำเป็นต้องไม่รักชาติทุกคนเลยเหรอครับ

บ้านเราเป็นประเทศที่ค่อนข้างกีดกันน่ะนะ ถึงจะมีกระแสฟีเวอร์มากมาย แต่ผู้ใหญ่หลายๆท่านหลายๆคนก็ไม่ค่อยยอมรับซักเท่าไหร่

อย่างการคอสเพลย์ (ขอยกตัวอย่างคอสเพลย์นะ เพราะผมไม่ได้ติดตามดารานักร้องซักเท่าไหร่ แต่ก็เป็นคนหนึ่งที่รักการคอสเพลย์) ผู้ใหญมักมองว่า ไร้สาระ...ใช่มันอาจจะไร้สาระจริงๆ ผมยอมรับนะ แต่มันก็ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์นะ มันเป็นคุณค่าทางจิตใจมากกว่านะผมว่า แล้วอีกอย่าง การที่เราคอสเพลย์เนี่ยมันก็ดีกว่าว่างแล้วไปนั่งสูบยา ติดยา ใช่มั้ยล่ะคับ ทำไมถึงไม่มองให้ทั่วๆ ถึงทั้งด้านที่ดีและด้านที่ไม่ดี

แต่ผมก็เริ่มที่จะชินกับเรื่องพวกนี้แล้ว แต่ก็ไม่ได้ทิ้งในสิ่งที่ตนรักหรอกนะ ใครจะมองยังไงก็ช่างถ้าเราทำตัวดีซักอย่าง เราไม่ต้องเดือดไม่ต้องร้อนหรอกงับ

ปล.ผมก็เกิดไม่ทัน ตอนนี้เพิ่งจะอายุ 14เอง *ฮา*
ปลล.ปล่อยวางบ้างเถ่อะงับเรื่องที่คนอื่นเขาพูดๆกันโดยไม่รู้อะไร
เห็นด้วยครับ ถ้าคิดว่าเป็นเมืองขึ้นเกาหลี ถ้าดูให้ดีคงเป็นเมืองขึ้นไปทั่วแหละ.. ผมว่าพวกคลั่งไคล้ฟุตบอลมีปริมาณมากกว่าเยอะ วิธีทดสอบอย่างง่ายๆ ไปถามชื่อดาราเกาหลีดังๆซักคน กับถามชื่อนักฟุตบอลดังๆซักคน ผมว่าคนรู้จักนักฟุตบอลมากกว่า การที่พูดว่าเป็นเมืองขึ้นเกาหลี คนพูดมองอะไรแคบเกินไป.. ชอบเกาหลีแล้วไง ชอบฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแล้วไง ชอบญี่ปุ่นแล้วไง...

จะให้หันมาดูเฉพาะละครหลังข่าว หรือว่าจะให้มาดูละครจักรๆวงศ์ๆอย่างเดียวกระมัง หรือจะให้เปลี่ยนมาดูฟุตไทยลีกอย่างเดียว ของไทยก็ควรจะสนับสนุน ของต่างชาติก็ไม่เห็นจะต้องไปปฏิเสธ

ปล. เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 16 ผมเกิดไม่ทันเหมือนกัน เกิดช้าไป 1 ปี แต่ 17 พฤษภาคม ยังจำได้ดีเพราะเป็นวันที่ผมฉลองวันเกิด...big smile
#8 by :: KinG MoJi :: At 2007-10-16 09:42,
ถ้าเขาบอกว่าไทยกำลังเป็นเมืองขึ้นของเกาหลี
ตอนนี้เราคงเป็นเมืองขึ้นญี่ปุ่นไปนานแล้วล่ะ เหอ
เรื่องรักชาติไม่ได้อยู่ที่รสนิยม มันอยู่ที่จิตสำนึก

แต่กระแสดาราเกาหลีมันน่ากลัวนะแก
ดูพี่ฉันเป็นตัวอย่างสิ...
#7 by kororo At 2007-10-16 09:26,
คิดเหมือนเราเลยค่ะ
เราว่าทำไมพวกเข่ไม่คิดให้ดีเสียก่อนล่ะ ว่ามีอะไรมาการันตีว่าจะเป็นแบบที่พวกเขาคิดกัน

เราเชื่อวาไม่มีใครลืมเหตุการณ์ 14ตุลา ปี 16 หรอกค่ะ เราก็ไม่ลืม

และเราก็ไปจองบัตรคอนวนวันนั้นด้วย เราคิดว่าแค่วันเดียวประจวบเหมาะกันเท่านั้นเอง 14 ตุลาเหมือนกัน

เราขอบอกตรงนี้ไว้ว่า เรา ชอบ เรา ปลื้มดงบังชินกิมาก
แต่เราก็ยังรักประเทศไทยและในหลวงของเราที่สุด
>_<"

คิดได้ไงอะ

เหมือนจะคล้ายแต่แตกต่าง

?????

คริคริ
#5 by Ielf.Isapphire At 2007-10-16 01:01,
ชอบน่ะ ok

แต่"คลั่ง" กับ "ชอบ" มันต่างกันนะเออbig smile
#4 by Sonar Ataru At 2007-10-15 23:08,
คนไทยไม่ใช่คนไม่รักชาติหรอก

แต่ตอนนี้สถานการณ์มันไม่สมควรที่จะได้รับความรักจากคนในประเทศ ที่มีประวัติศาสตร์มานานนับร้อยปี
#3 by JU (222.123.67.97) At 2007-10-15 22:18,
โดน ๆ ๆ ชอบนะ

แต่ ... คนเรามีทุกประเภทอ่ะนะ ถ้าไม่อยากปวดหัวกับเรื่องพวกนี้ ปล่อยวางมันซะบ้างก็ดี
#2 by เจ้าชายน้อย At 2007-10-15 22:03,
เข้าใจ... เข้าใจ
#1 by moderndock At 2007-10-15 22:02,